ความสวัสดี ..แบบอย่างชีวิตจากอาจารย์ป๋วย

เขียนโดย ชัยยศ ยโสธโร | ใน คอลัมน์ มองย้อนศร | วันที่ 16-03-2012

0

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555


“เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญาเรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ ”

พวกเราหลายท่านคงคุ้นเคยกันดีกับพระธรรมบทข้างต้น และหากใครได้อ่าน “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” งานเขียนของอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ก็จะพบว่า ธรรมบทนี้ คือบทสรุปในส่วนท้าย ของเนื้อหา หากพวกเราได้อ่านงานเขียนนี้ก็จะพบความสวัสดีที่สะท้อน ผ่านแบบแผนคุณภาพชีวิต คุณภาพ สังคมที่พึงมีและพึงเป็นในทุกสังคม และที่สำคัญสะท้อนคุณภาพจิตใจ ตัวตนของอาจารย์ป๋วยที่ควรค่าแก่การ เป็นแบบอย่างชีวิตอันดีงามของสุภาพชนทุกท่าน

งานเขียน “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินฯ” เริ่มต้นปฎิทินชีวิตนับตั้งแต่บริบทชีวิตเราในฐานะตัวอ่อน มนุษย์ที่อยู่ใน ท้องแม่ที่พึงได้รับการดูแลทั้งด้านสุขภาพกาย และใจ การมีครอบครัวที่พ่อแม่มี ความพร้อมใน ทั้ง ด้านวัยวุฒิ และฐานะ และเมื่อเราเติบโตขึ้นคุณภาพชีวิตควรได้รับการเติมเต็มผ่านสถาบันการศึกษา การ โอกาส ทางสังคมในการศึกษาเล่าเรียน และโอกาสทางเศรษฐกิจจากการได้ทำงานที่มีคุณค่า มีความหมาย ต่อตนเอง และสังคม อาจารย์ป๋วยแสดงความหวังในเรื่องนี้ว่า

“บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่ จะต้องมีขื่อมีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ผมต้องการให้ชาติของผม ได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวนาชาวไร่ ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมควรจะมีหุ้นส่วนในโรงงาน บริษัทห้างร้านที่ผมทำอยู่ เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้หรือได้แต่ไม่ดี ผมจะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือสโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน”

ความหวังเช่นนี้ต้องอาศัยบทบาทและความรับผิดชอบ ของผู้บริหารประเทศทั้งในส่วนข้าราชการประจำและการเมือง น่าสนใจอย่างมากที่พระธรรมบทในตอนท้าย อาจารย์ป๋วยเลือกหยิบเนื้อหาพระธรรมบท ที่เตือนสติในประเด็นเรื่อง “ความสำเร็จอินทรีย์และความเสียสละ” ความสำเร็จอินทรีย์ ความหมายสำคัญคือ การรู้ประมาณในการบริโภค (อุปโภค) เนื่องเพราะการบริโภคเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำร้ายสังคมโดยรวม เนื่องเพราะความโลภที่ก่อให้เกิดการแย่งชิง และทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการทุจริตคอรัปชั่น ขณะที่ความเสียสละ คือคุณธรรมสำคัญของการแบ่งปัน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ด้อยกว่า

“ความหวังแห่งชีวิต..” อาจารย์ป๋วยยังได้สะท้อนคุณภาพชีวิตและสังคม ที่ให้ความสำคัญกับมิติชีวิต ด้านศิลปวัฒนธรรม สุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม มนุษย์ต้องการความมีคุณค่า ความมีสำนึกการมีตัวตนใน ชุมชนผ่านวัฒนธรรมประเพณี เทศกาลสำคัญตามประเพณี ความบันเทิงจากการได้พักผ่อนหย่อนใจจากศิลปะ สวนสาธารณะ อากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมกันนี้อาจารย์ป๋วยยังมองเห็นถึงสัจจะของชีวิตในเรื่องความตาย

“เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ”

คุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนจึงควรรวมถึงการที่แต่ละคนควรได้รับโอกาสของชีวิตในการ “ตายดี” อาจารย์ป๋วยอาจไม่ได้ให้นิยามความหมายโดยตรงว่าตายดี คืออย่างไร แต่ได้ให้ภาพของเงื่อนไขชีวิตขั้นต่ำที่ทุกคนในฐานะประชาชนไม่พึงประสบความตายที่ไร้คุณค่า ไร้ความหมาย เพราะความโง่เขลาของผู้อื่น จากการตกเป็นเหยื่อของปัญหาความรุนแรงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม

ความหวังในคุณภาพชีวิต ที่อาจารย์ป๋วยปรารถนาและเรียกร้องให้เกิดขึ้น อาจารย์ป๋วยมิได้เรียกร้องเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังได้เสนอความรับผิดชอบที่ประชาชน ในฐานะพลเมืองพึงมีแก่สังคม แก่รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศด้วยโดยผ่านการเสียภาษีอากร เรื่องที่ผมเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่าผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวม ตามอัตภาพ สิ่งที่งานเขียนนี้มีความล้ำยุคสมัยด้วย คือ แนวคิดเรื่อง “ภาษีมรดก” เพื่อป้องกันการสะสม ทุนและกระจายรายได้ ผลประโยชน์ในทรัพย์สินให้กับสังคมโดยรวม

นอกเหนือจากความรู้สึกประทับใจและความชื่นชมในวิสัยทัศน์ของอาจารย์ป๋วย สิ่งที่ประทับใจด้วย คือ ความงดงามของภาษา การใช้ถ้อยคำ ข้อความที่เรียบง่ายและสื่อท่าทีของความอ่อนน้อมถ่อมตน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ผู้เขียนเชื่อว่า ศิลปะสื่อตัวตนของศิลปินเช่นใด ผลงานก็สื่อภาพสะท้อนของผู้สร้างเช่นนั้น งานเขียน “ความหวังแห่งชีวิต ปฎิทินแหงความหวังฯ “ ก็สะท้อนคุณภาพจิตใจ ตัวตนของอาจารย์ป๋วยที่บ่งบอกความอ่อนน้อมถ่อมตน ความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงความเคารพต่อคุณค่าชีวิต การให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างเป็นองค์รวมทั้งด้านสุขอนามัย ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

อาจารย์ป๋วยเน้นย้ำว่า สำหรับการสร้างสังคมที่พึงปรารถนานั้น ท่านเน้นที่คุณธรรมสำคัญ 4 ประการคือ มีสมรรถภาพ มีเสรีภาพ มีความชอบธรรม และมีความเมตตากรุณา คุณสมบัติภายในจึงเป็นเรื่องที่อาจารย์ป๋วยเน้นย้ำถึง คุณภาพภายในจากมิติด้านการรู้คิด คือ การมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการคิดนึกทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ พร้อมกับคุณภาพภายในในมิติด้านจิตใจ คือ การมีความเคารพในเสรีภาพ การมีความชอบธรรมในฐานะการมีจริยธรรม และความมีเมตตากรุณา น่าสนใจว่าหลักการ “ความจริง ความดี และความงาม” ได้ถูกถอดรหัสเป็นรูปธรรมเชิงปฏิบัติ

ในโอกาสรำลึก 100 ปีชาตกาล ศาตราจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ จึงเป็นโอกาสอันดีในการรำลึกปูชนีย บุคคล งานเขียนของท่านสะท้อนความเป็นกัลยาณมิตรที่ควรค่าแก่การศึกษาและยึดถือเป็นแบบอย่าง

โดย…..ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

แสดงความคิดเห็น

*