index_27.jpg ศักดิ์ศิริ   มีสมสืบ (กวีซีไรต์) index_29.jpg
 

สุขในศิลป์  ศักดิ์สิริ  มีสมสืบ

วีระศักร จันทร์ส่งแสง : สัมภาษณ์และเรียบเรียง

         ชีวิตคือการดำเนิน ดังนั้นการก้าวพ้นความทุกข์ และพบความสุขสงบ มันเป็นการเคลื่อนไหวของชีวิต ซึ่งแต่ละคนคงมีวิถีที่ต่างกัน  ผมเติบโตมาจากศิลปะ ตั้งแต่เด็กมาเป็นหนุ่มจนเวลานี้อายุมากแล้วก็ไม่เคยเปลี่ยนวิถีชีวิตไม่เคยห่างไปจากมันเลย   การปรับเปลี่ยนหรือ เรียบเรียงชีวิตจึงได้ทักษะมาจากศิลปะ เอาหลักการทำงานศิลปะมาใช้กับการดำเนินชีวิต  คือการที่เราจะทำอะไรต้องเห็นองค์ประกอบทั้งหมด ด้วยการทำงานศิลปะสอนให้เราแสวงหาความพอดี เกิดความลงตัวในองค์ประกอบของมัน  รู้บทบาทของมันในเส้นสีในรูปทรง ซึ่งวิธีในศิลปะนี้ เรามาใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างการเดินทางผมมักเลือกรถไฟ  เพราะปลอดภัย ราคาถูก แล้วชีวิตผมไม่ได้เร่งรีบอะไร  นั่งอ่านหนังสือมา จบเล่มเงยหน้ามาเข้ากรุงเทพฯ แล้ว  หรือนั่งเขียนไป เงยหน้ามานครสวรรค์แล้ว  ไม่รู้สึกว่าเวลาเป็นเรื่องที่ต้องฆ่า อย่างที่คนทั่วไปมักชอบฆ่า เวลา  รอรถนาน วันหนึ่ง 24 ชั่วโมง เรารอรถนาน 3-4 ชั่วโมง เวลาไม่ได้หายไปไหน เหลือ 24 ชั่วโมงเท่าเดิม นั่งอยู่ที่สถานีกับนั่งอยู่บนรถไฟ มันไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่เรามีความกระวนกระวาย เพราะมีเงื่อนไข เราก็พยายามอย่ามีเงื่อนไข  ไม่มีกรอบเรื่องเวลา อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ งานบางชิ้นเขียนได้จบตอนรอรถไฟเสื้อผ้าที่ใส่ก็มีที่มาที่ไปว่าทำไมเราจึงใส่แบบนี้  เราเลือกอาชีพที่ไม่มีเครื่องแบบ ไม่มีกรอบขององค์กร มากำหนด  เราก็เลือกเสื้อผ้าที่ซักง่าย น้ำหนักเบาเพราะเราต้องเดินทางบ่อย  เสื้อยืดคอกลม กางเกงผ้าฝ้าย ซักแล้วแห้งง่าย  ความสมถะ ความเรียบง่ายไม่ใช่ความคิด แต่เป็นวิถี  ความงามต้องง่ายที่สุด สูงต่ำ ลึกตื้น ร้อนเย็นเป็นเพียงด้านกลับของกันและ การเข้าถึงความงามคือ การเข้าถึงความง่าย  การเข้าหาความจริงจึงต้องเห็นความงาม และความงามในความเห็นของผมคือต้องง่ายที่สุด  งานศิลปะทำให้เรากระจ่าง ในชีวิตด้วย ถ้าบอกโดยไม่เล่นลิ้นคือผมนับถือศาสนาศิลปะ การเขียนคือการอ่านความคิดตัวเอง ต้องผ่านการจัดระเบียบความคิด การทำงาน เขียนสักเรื่องหนึ่ง ขั้นตอนของการเขียนอยู่ในความคิดสัก 90 เปอร์เซ็นต์ ตอนจับปากกามาเขียนสักแค่ 10 เปอร์เซ็นต์  การเขียนส่วนใหญ ่อยู่ในชีวิต ในความรู้สึกนึกคิดชีวิตเราทำงานศิลปะอยู่ตลอดเวลา เราจะครุ่นคิดอยู่กับเรื่องนี้ อ่านตัวเอง เรียนในตัวเองและเรียนโลกภายนอก ทำให้เรื่องอื่นที่เป็นส่วนเกินเข้ามาแทรกได้ยาก มลภาวะเข้าได้ยาก เราจ้องมองอยู่ตลอดเวลาทั้งโลกภายนอกโลกภายใน  อบายมุขหรือ เรื่องที่จะพาเราเขวไปในทางไม่ดีไม่งามถูกเราจ้องมองอยู่จึงทำให้พลาดน้อย เราคนทำงานศิลปะจะปลูกผักก็เป็นงานเพื่อชีวิต หนอนมาทำรัง ผมจะเฝ้าดูหนอนสวยงามมาก  ผักถูกหนอนกินแต่ก็จะขึ้นมาใหม่ และจะแข็งแรงกว่าเดิม  เราก็เรียนรู้ไปด้วย เราเฝ้ามองเราได้เห็นตัวเราด้วย ได้เห็นความจริงความงาม ทำให้เกิดความรัก รักหนอน เมื่อเขาเติบโตไปเป็นผีเสื้อ ต้นผักของเราก็ผลิใบใหม่มาอย่างรวดเร็วรายได้หลัก ในการดำรงชีวิตมาจากงานเขียนประจำ  เขียนภาพประกอบ  รับแต่งเพลง เช่นว่าเขาต้องการเพลงแนวนี้ก็แต่งตามโจทย์ ตามความต้องการ ค่าตอบแทนก็ตามเขาศรัทธา หรือบางทีงานที่ทำเต็มไปด้วยความรัก มันอิ่มพอแล้ว ไม่มีค่าตอบแทนอะไรเลย แต่เป็นความรู้สึกที่ดีร่วมกัน มันก็ดีมากเลย  ค่าตอบแทนมาโดยธรรมชาติ บางทีเป็นตัวเงิน บางทีเป็นความรู้สึกร่วมกัน  แต่ผลของงานที่ทำลงไปมันก็ตอบแทนเรา ดูแลเรา เหมือนลูก มีข้าวให้เรากิน มีความสุขใจให้เราส่วนลูกจริงๆ ถือเป็นของขวัญที่วิเศษสุด เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ของมนุษย์ทุกคน  และเขาทำให้เรา ต้องดี เพราะถ้าเราไม่ดีเขาจะไม่ดีไปด้วย คือเราต้องดีเป็นต้นแบบเพราะเขาเรียนรู้จากเรา เป็นหนึ่งเดียวกับเราอดนอนได้ทุกคืนเพื่อดูแลลูก ถ้าไม่ไหวเราจะหลับไปเอง  ไม่มีเป็นอะไร  พลังมันมาเหลือเฟือ  ช่วงเขาหลับก็มาทำงาน  กลายเป็นว่าช่วงมีลูกทำงานได้มาก ทั้งๆที่เวลาน้อย กว่าเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน  ผมเชื่อในพลังของความเงียบและความมืด  ความมืดทำให้มนุษย์มีสมาธิมีจินตนาการ ความเงียบทำให้ มนุษย์ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ผมศรัทธาในความเงียบมากเพราะทำให้ได้ยินเสียงและความคิดตัวเองชัดเจน  ความมืดทำให้มี จินตนาการได้มากลองหลับตาดู จะเห็นว่ามีความเคลื่อนไหวซึ่งเราจะสร้างเป็นภาพอะไรก็ได้  ความสว่างนี่ความจริงมันปิดกั้นเรา ถ้าในความมืด มีอิสระมาก เป็นความอัศจรรย์ของความมืด ตอนหลังจากได้เป็นกวีซีไรท์ ก็มักได้รับเชิญไปบรรยายตามสถาบันการศึกษาแต่ไปโดยธรรมชาติ มากกว่าเป็นวิทยากรบรรยาย ไม่ใช่สไตล์วิชาการ ไปพูดกับน้องนุ่งเหมือนลูกหลาน เราเล่นดนตรีได้ ก็ร้องเพลงให้ฟัง วาดรูปให้ดู  ต่อไปเขาก็ อาจชวนไปค่ายดนตรี ค่ายศิลปะ ค่ายการเขียนได้หมด ในแง่ประโยชน์คนเชิญตั้งเป้าอย่างไรก็แล้วแต่เขา  เราเป็นอย่างไรเราก็ไปอย่างนั้น เราไปพูดในสิ่งที่เรามีเราเป็นประโยชน์ใครจะได้อยู่ที่ตัวเขาด้วย  บางคนอาจเบื่ออาจรำคาญก็ได้  แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้คือได้เรียนรู้ความคิด ตัวเอง เราได้ทบทวนตัวเอง เราไม่ได้ค้นพบอะไรหรอก เราไม่ได้บรรลุว่าทำอะไรเท่าไรชีวิตจึงมีความสุข เป็นเพียงผู้เรียนรู้ แล้วชีวิตจะแสวงหา ความสมบูรณ์โดยตัวมันเอง

 
index_15.jpg index_17.jpg