head_story
 

เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”

เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”
วันนี้เด็กๆ กลุ่มกอไผ่ มารวมตัวกันที่สวนสุขใจ ตามนัดหมายที่ตกลงกันไว้กับโตเต และน้าบุญตาล ถึงการเรียนรู้การถ่ายทำวิดีโอ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการนำภาพการถ่ายทำที่พลอยเป็นตากล้อง นุ่น และ ฟาย เป็นผู้ดำเนินรายการ ในการติดตามสอบถามความคิด ความเห็น และความรู้สึกของบอลและนิ ที่ได้มาเข้าค่ายเรียนรู้ร่วมกันในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”  
ในระหว่างการดูภาพวิดีโอที่ถ่ายทำมา น้าบุญตาลก็ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับมุมกล้องต่างๆ เช่น มุมกล้องในการสัมภาษณ์ (มุมกล้องครึ่งตัว) มุมกล้องในการนำเสนอภาพสถานที่ (มุมกล้องที่มีความชัดลึกของภาพ) มุมกล้องที่ต้องการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก (มุมกล้อง Close up) และการจัดองค์ประกอบหลักของภาพที่ต้องการนำเสนอ การคำนึงถึงองค์ประกอบหลัก องค์ประกอบรองที่ 1 /ที่ 2 .... รวมถึงการเริ่มเรื่อง และการนำเสนอเรื่องราวในมุมมองของผู้ดำเนินรายการ สลับกับมุมมองของผู้ชม เมื่อเรียนรู้มุมกล้องกันพอสมควร ก็ทดลองถ่ายทำด้วยมุมกล้องต่างๆ เพื่อฝึกปฏิบัติและเรียนรู้ในขั้นตอนต่อไป

เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”
ช่วงทดลองถ่ายทำเด็กๆ ก็ช่วยกันออกแบบเรื่องราว การเลือกมุมกล้อง การพลัดกันนำเสนอทั้งประเด็นและสถานที่ บางคนก็วิ่งเล่นหยอกล้อกันไป หัวเรางอหงายกัน ด้วยอาการเขินกล้อง ในขณะที่ฟายก็เอาจริงเอาจังกับการเป็นพิธีกรทั้งเสียงและท่าทาง ส่วนพลอยเห็นจะเอาดีทางการถ่ายทำยืนเฝ้ากล้องไม้ห่าง คนอื่นๆก็ผลัดเปลี่ยนกันเข้าออกเป็นผู้ช่วยกล้องบ้าง ผู้กำกับเสียงไม่ให้เอะอะวุ่นวายรบกวนการถ่ายทำบ้าง เป็นกองถ่ายเล็กๆ ที่เรียนรู้ร่วมกันอย่างสนุกสนาน

“สิ่งสำคัญที่ทำให้เราสับสนในขณะถ่ายทำ คือ ไม่รู้จะนำเสนอเรื่องราวที่ต้องการสื่ออย่างไร  จะเริ่มตรงไหนจากอะไร ไปสู่การนำเสนอรายละเอียดของเรื่องและการสรุปปิดท้ายเรื่องจะสรุปอย่างไร”  เป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นหลังจากชมการนำเสนอแบบฝึกหัดในช่วงต้น ซึ่งน้าบุญตาลได้แนะนำเพิ่มเติมให้มีการหาข้อมูล สำรวจพื้นที่ วางแผน และออกแบบการถ่ายทำ เป็นขั้นตอนในการเรียนรู้และฝึกฝนในลำดับต่อไป

เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”
เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”

การเรียนรู้หลังจากการออกแบบการถ่ายทำ และการฝึกถ่ายทำสารคดี ในสวนสุขใจ เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่ทำให้เด็กๆ แต่ละคนได้เรียนรู้ศักยภาพของตนเอง ว่า “ตนมีความสนใจอยากเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถด้านไหน ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมถ่ายทำสารคดี” โดยฟาย นุ่น และนิ สนใจพัฒนาเป็นทีมพิธีกรสนาม พลอย และโตเต สนใจพัฒนาการถ่ายบันทึกภาพ บอลชอบจดบันทึกและเป็นผู้ช่วยกล้อง หรือถ่ายทำเป็นกล้องอิสระบันทึกเบื้องหลังการถ่ายทำ

การตัดต่อเป็นอีกบทเรียนที่สำคัญสำหรับเด็ก หลังจากช่วยกันทำอาหาร และกินข้าวเย็นเสร็จ ก็เริ่มอุ่นเครื่องการเรียนรู้ด้วยการฟังนิทานชีวิตวัยหนุ่มของน้าบุญตาล แล้วจึงทำความรู้จักกับโปรแกรมตัดต่อ ยูลีดวิดีโอ  โดยลงรายละเอียดในเรื่องการลำดับภาพวิดีโอ โดยเลือกไฟล์วิดีโอ ที่ถ่ายทำไว้เพื่อโหลดลงในโปรแกรม ทำไตเติ้ล

แต่เมื่อเรียนรู้การตัดต่อจริงๆ กลับพบว่า “ภาพที่ถ่ายทำมาใช้ตัดต่อไม่ได้” ความเงียบเกิดขึ้นในวงเรียนรู้ของเด็กๆ ทันที (สิ่งที่ถ่ายทำกันมาทั้งวันใช้ไม่ได้) แต่เมื่อเริ่มต้นใหม่ได้ และทบทวนการถ่ายทำเมื่อกลางวันก็พบว่า “หลายช่วงหลายตอน ทีมงานไม่รู้แผนการถ่ายทำร่วมกัน เช่น พิธีกรไม่รู้บท         ตากล้องถ่ายภาพต่อเนื่องยาวเกินไป การแพนภาพหมุนไปทั่ว ทำให้ไม่สามารถนำภาพกับเรื่องราวที่กำลังนำเสนอมาตัดต่อเป็นสารคดีได้”

            ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ คือ ต้องถ่ายทำกันใหม่เพื่อให้ เสื้อผ้า หน้า ผม และอารมณ์การนำเสนอเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  โดยต้องวางแผนร่วมกันทุกคนให้ชัดเจน ทั้งบทพิธีกร การถ่ายทำของกล้องหลัก และการถ่ายทำของกล้องรอง การเก็บภาพรายละเอียดของเรื่องราวที่พูดถึง เป็นสิ่งที่ต้องทำกันทันทีในยามค่ำคืนแม้ว่าบางคนจะหลับไปบ้างแล้ว ต้องช่วยกันและกัน  
เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”

“ความเงียบที่เข้าครอบงำการเรียนรู้ เมื่อสิ่งที่พยายามถ่ายทำกันมาทั้งวัน ใช้ตัดต่อเป็นสารคดีที่ต้องการนำเสนอไม่ได้ ต้องถ่ายทำกันใหม่ทั้งหมด” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่กลุ่มเด็กๆ ในขณะเรียนรู้การใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ แต่เมื่อ “ปล่อยวาง”เลิกสนใจต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และ เปลี่ยนมุมมอง ให้การเรียนรู้ในการถ่ายทำเป็นสิ่งที่ทำกันเล่นๆ ที่สามารถทำให้สนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้อีก แต่ต้องมีความรอบคอบ โดยมีการวางแผนที่ดี และต้องมีรายละเอียดทุกขั้นตอน อย่างเป็นธรรมชาติ บทเรียนเล็กๆ ในความหมายยิ่งใหญ่แห่งการปล่อยวางได้ เป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตของเรา เพื่ออยู่กับปัจจุบันขณะ ให้ได้ใกล้เคียงมากที่สุด “คงจะเป็นการดีไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่ออุปสรรคที่เกิดขึ้นภายนอก แต่ในใจของเรารับรู้ ปรับเปลี่ยนมุมมอง และปล่อยวาง” ดังที่พระไพศาล วิสาโล ได้บอกแก่ชาวสุขแท้ด้วยปัญญาไว้ว่า “สุขอยู่ไม่ไกล ถ้าวางใจเป็น”

การถ่ายทำของกลุ่มเด็กๆ ยังคงดำเนินต่อไป ความสุขและความสนุกก็เป็นไปได้ ทุกคนตื่นเช้าเพื่อจะรีบเก็บภาพบรรยากาศ และถ่ายทำกันใหม่ทั้งหมด ด้วยความตั้งใจมากขึ้นกว่าเมื่อวาน เห็นได้จากการถ่ายทำในแต่ละช่วง ทุกคนช่วยกันตั้งข้อสังเกต “แอคชั่น....คัท / เอาใหม่ตรงนี้มันอารมณ์ไม่ถึง ท่าทางยังใช้ไม่ได้ คำพูดวกวน ห้วนและแข็งเกินไป ให้เป็นธรรมชาติหน่อย” เป็นเสียงที่ดังตลอดการถ่ายทำกว่าครึ่งวัน


เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”
เสียงหัวเราะดังลั่นในห้องตัดต่อ เมื่อทุกคนนำภาพมาลงโปรแกรม โดยมีน้าบุญตาลช่วยให้คำแนะนำ สอนขั้นตอนการตัดต่อไปทีละขั้นตอน “ให้โหลดแบบนี้ เลือกภาพที่ต้องการมาลำดับภาพ แล้วจึงตัดต่อโดยการใช้เอฟเฟคต่างๆเข้าช่วยบ้างตามสมควร เพื่อให้เป็นสารคดีที่ดูกลมกลืนกัน” ในขณะที่เด็กๆ ก็ช่วยกันบอกว่าช่วงนั้น ช่วงนี้ให้ใช้ภาพจากไฟล์ไหน เอาเพลงแบบไหนมาประกอบ ให้เหมาะสมกับอารมณ์ของสารคดี ที่เป็นการนำเสนอการนำโตเต สมาชิกกลุ่มกอไผ่จากต่างพื้นที่ มาเรียนรู้สถานที่สวนสุขใจ

เรียนรู้การถ่ายทำ เรียนรู้การนำเสนอเรื่องราว ตอน “ถ่ายทำไม่ท้อถอย”
ประสบการณ์ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม คงเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่มีคุณค่าความหมายแห่งการเติบโตเพื่อเรียนรู้โลกใบใหญ่ของเด็กๆ สิ่งเล็กๆ ที่เขาเหล่านี้จะคิดทำในอนาคต คงจะมีทางเลือกมากขึ้น เพราะต้องหาข้อมูล เรียบเรียงกลั่นกรอง และหามุมมองการนำเสนอให้เกิดความน่าสนใจ สิ่งที่เกิดแน่ๆ คือ มุมมองต่อโลกเมื่อมองผ่านเลนส์ และที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป คือ มุมมองต่อเรื่องราวต่างๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ก็แสวงหาบทเรียนจากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างงดงามเสมอ  ดังเช่นที่เราก็หวังไว้ให้เกิดกับชีวิตของเราเช่นกัน จริงไหมครับ ???

บันทึกเรื่องราวโดย ทีมงานสบายนิวส์
20-21 สิงหาคม 2554

( ต้องการแบ่งปันเรื่องเล่าจากพื้นที่ ส่งมาได้ที่ wisdom.budnet@gmail.com หรือ www.facebook.com/wisdom.budnet )