head_story
 

แปลไทยเป็นไทย

จิตตปัญญา คือ ปัญญาที่เชื่อมโยงระหว่างสมองและหัวใจ ทำให้ความรู้และความเจริญของความเป็นมนุษย์พัฒนาไปพร้อมๆกัน ปัญญาที่เกิดจากการน้อมรับประสบการณ์ในชีวิตของตนเองและผู้อื่นมาใคร่ครวญ ไตร่ตรอง พิจารณาจนเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ปัญญาที่เกิดจากการมองเห็นสรรพสิ่งซึ่งเป็นองค์รวมและเชื่อมโยงกัน เข้าถึงความจริงของธรรมชาติและชีวิต เป้าหมายของโครงการจิตตปัญญาศึกษาสำหรับเยาวชนมหาสารคาม จึงต้องการนำเยาวชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างความสุขแท้ ความสุขจากการเปลี่ยนแปลงภายในตัวผู้เรียน นำไปสู่การมีชีวิตที่ตื่นรู้ มีอิสรภาพ พร้อมและลงมือช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติ  ตามแนวทางของ จิตตปัญญา ทั้งหมดที่กล่าวมา

เยาวชนกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการ เป็นเยาวชนระดับอุดมศึกษาที่ศึกษาและสนใจด้านการแสดงละครเวที เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ดำเนินโครงการจะสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงทั้งก่อนและหลังกระบวนการได้เป็นรายบุคคล อีกทั้งการที่กระบวนจิตตปัญญาก่อให้เกิดความตระหนักรู้ในตนเองขณะที่ยังเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมได้ นอกจากจะใช้ได้ในทุกวันของชีวิตผู้เข้าร่วมโครงการ ยังประยุกต์ใช้กับการเรียนการแสดงละครเวทีได้ด้วย เพราะทำให้ผู้เรียนมีสมาธิ มีสติ สร้างสภาวะที่พร้อมสำหรับการถ่ายทอด สื่อสาร ในฐานะนักแสดงไปสู่ผู้ชม  การพัฒนาความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวก็เหมาะกับการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อศึกษาทำความเข้าใจตัวละครในฐานะมนุษย์ ในลักษณะของการเรียนรู้ ทำความเข้าใจผู้คนหรือตัวละครลักษณะนิสัยต่างๆแบบไม่ตัดสิน ไม่เหมารวม ด้วยอคติหรือความรู้สึกส่วนตัว ซึ่งการทำความเข้าใจลักษณะนี้ต้องทำด้วยใจที่เปิดกว้าง  ด้วยใจเป็นกลาง การไปหาข้อมูล สัมภาษณ์บุคคล ก็ต้องการการฟังที่ลึกซึ้ง เช่นเดียวกับลักษณะหนึ่งในกระบวนการจิตตปัญญา อย่างไรก็ดี การออกแบบกระบวนการ แบบฝึกหัดต่างๆ ก็พยายามที่จะมุ่งที่ กระบวนการสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความสุขระหว่างกระบวนการ ความอิ่มใจ สุขหัวใจหลังจบกระบวนการ เกิดแรงบันดาลใจ ความคิด หากลงมือทำสิ่งที่อยู่ในกระบวนการต่อไปก็จะเป็นความสุขสร้างได้ ทั้งกับตัวผู้เข้าร่วมโครงการและบุคคลแวดล้อม หรือถ้าผู้เข้าร่วมโครงการจะพัฒนาจนคุณลักษณะเหล่านี้ติดตัวไปใช้ในการเรียนการแสดงก็จะเป็นผลพลอยได้ของกระบวนการจิตตปัญญาศึกษาที่น่าสนใจสำหรับผู้สอนและผู้เรียนการแสดงละครเวที

กิจกรรมเริ่มต้นของโครงการ คือ การให้เยาวชนเห็นว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสัตว์และธรรมชาติ มนุษย์เป็นหน่วยย่อยของธรรมชาติ ตัวเราก็ไม่ใช่ศูนย์กลางของสรรพสิ่ง เป็นแนวคิดหนึ่งที่นำมาใช้กำหนดกิจกรรมในโครงการ เมื่อเราได้ไปพายเรือในแม่น้ำ ไปส่องนกตามกิ่งไม้ สำรวจและสัมผัสชีวิตของพืชลักษณะต่างๆบนพื้นดิน สิ่งที่เยาวชนสะท้อนกลับมา คือ การที่ได้มองเห็นว่ามีชีวิตอีกมากมายบนโลกนี้ ชีวิตที่เล็กจนแทบมองไม่เห็นของแมลงน้ำที่กระโดดบนผิวน้ำ ชีวิตของกลุ่มปลาตัวเล็กที่อยู่แต่ริมฝั่งแม่น้ำ หลบจากการเป็นเหยื่อปลาตัวใหญ่ นกที่เกาะบนสายไฟหน้าบ้าน หน้าตึกเรียนทุกวัน แต่ไม่เคยเห็นเลยว่าจริงๆแล้วมันกำลังทำอะไร พืชที่มีฝักสีดำ ขรุขระ น่าเกลียดแต่พอกะเทาะเปลือกกลับมองเห็นปุยดอกเล็กๆสีขาวสวยงาม กลีบของต้นยางนาที่ย่ำผ่านหลายครั้งแต่ไม่เคยสนใจเลยว่ามันมีมากกว่าสามกลีบ ขณะที่สะท้อนประสบการณ์เหล่านี้จากกิจกรรม เยาวชนเริ่มเชื่อมโยงพืช สัตว์ ประเด็นที่ค้นพบกับชีวิตมนุษย์ เช่น “ฝักพืชสีดำเทียบกับคนที่อาจจะไม่ได้หน้าตาสวยงามตามความนิยมแต่มีคุณค่า มีจิตใจดี”  “เปรียบเทียบปลาตัวเล็กอยู่แต่ริมฝั่งว่าเป็นความต้องการที่จะอยู่รอดไม่ถูกปลาใหญ่กินเหมือนคนบางกลุ่มที่หนีการแข่งขันในเมืองใหญ่มาอยู่ตามต่างจังหวัด”  “การได้ส่องนกทำให้รู้ว่ากว่าจะได้เห็นนกซักตัวอย่างละเอียดไม่ใช่เรื่องง่าย และนกก็ไม่ใช่แค่นก นกหลายชนิด หลายขนาด อยู่ในแค่ต้นไม้ต้นเดียว หรือ พุ่มเดียว นกมีชีวิตของมัน ทำให้รู้สึกหวงแหนมัน ไม่อยากจะไปรบกวนมัน” กระบวนกรพาเยาวชนสัมผัสของจริงเพื่อให้ได้เห็นว่า สิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกัน พึ่งพากันมากมายรอบตัวเรา และเราก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการ ส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหาร ส่วนหนึ่งของสรรพสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ดิน ฟ้า อากาศ ลม น้ำ สิ่งมีชีวิตที่เชื่อมโยงต่อกัน ตั้งแต่ก่อนจะมีเผ่าพันธุ์มนุษย์เสียอีก

กิจกรรมช่วงสุดท้ายของโครงการ คือ กิจกรรมจิตอาสา ในค่ายนี้ คือ การสร้างละครจากการลงพื้นที่ชุมชนท่าขอนยาง ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฟังคนเฒ่า คนแก่ คนในหมู่บ้านเล่า เล่า เล่า ถึงชุมชน ชีวิต ความเป็นไป ความเชื่อ ความคิด ความรู้สึกของคนในชุมชน กิจกรรมนี้ออกแบบโดยเยาวชนที่มาร่วมโครงการเอง สิ่งที่ตามมาคือ แรงบันดาลใจจากบทสนทนา ก็ก่อให้เกิดละครเรื่อง ตำนานจระเข้ บ้านท่าขอนยางขึ้น เมื่อซักซ้อมอย่างเต็มที่เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปแสดงกันที่สถานสงเคราะห์คนชราจังหวัดมหาสารคาม พอมาถึงตรงนี้…อยากจะหยุดนึกถึงช่วงเวลาขณะแสดง และตอนที่คนแก่ที่บ้านพักคนชราอวยพรให้กับเยาวชนที่ไปแสดงละคร เราเรียกกิจกรรมนี้ว่ากิจกรรมจิตอาสา มุ่งทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น แต่คนที่ได้ จากการไปแสดงละครครั้งนี้ แน่ใจได้เลยว่า คือตัวคนไปแสดงเองที่ได้ความรู้สึกที่ดีท่วมท้น กลับมา เมื่อกลับมาแลกเปลี่ยนถึงกิจกรรมที่บ้านพักคนชราเยาวชนพูดถึงว่า ทำให้นึกถึงคนที่เลี้ยงตนมา บางคนไม่ใช่พ่อ แต่แค่แม่คนเดียว บางคนเป็นคุณยาย สิ่งที่รู้สึกคือ อยากจะกลับไปกอดและบอกรักคนที่เลี้ยงเรามา บางคนบอกว่าจะตั้งใจเรียนจะได้ดูแลแม่ได้เวลาแก่ บางคนคิดอยากจะกลับไปเล่นละครให้คุณตา คุณยายดูอีก บางคนอยากจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์กับบ้านพักคนชราอีก  ในกลุ่มจึงตกลงกันว่าเราจะทำให้เป็นจริงก่อนจบค่าย เราจะทำการ์ดและเขียนจดหมายถึงคุณตา คุณยายที่บ้านพักคนชรากัน เป็นหนึ่งในแปดอย่างที่เราจะทำให้สำเร็จให้ได้ก่อนจบค่าย แล้วเราก็ทำสำเร็จในวันต่อมา เยาวชนไปส่งไปรษณีย์การ์ดเหล่านั้นด้วยตนเอง ส่วนอีกแปดอย่างนั้นก็เป็นกิจกรรมที่เรานึกออกมาจากความรู้สึกลึกๆของเราหลังไปบ้านพักคนชรา มีคนคิดว่าน่าจะเอารูปถ่ายกับพ่อเฒ่าตอนลงพื้นที่ไปให้แกตามสัญญาเพราะแกบอกว่ามีเด็กๆถ่ายรูปไปเวลามาลงพื้นที่ บอกว่าจะเอามาให้แต่ไม่มีใครเคยเอามาเลย เยาวชนจึงไปขยายรูปถ่ายและเอาไปให้พ่อเฒ่าตามที่ได้พูดไว้  ภารกิจนี้ทำให้ผู้ดำเนินโครงการรู้สึกสนใจในตัวเยาวชนเจ้าของความคิด เพราะเป็นการนึกถึงคนอื่นที่ละเอียดอ่อน การให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราพูด ที่เรารับปาก คำนึงถึงความรู้สึกของคนที่เรารับปากไว้ เป็นการให้ความสำคัญ ให้ความหมายของการนึกถึงคนอื่น แบบที่ต่างออกไป

การนำกระบวนการจิตตปัญญาศึกษามาใช้กับเยาวชน สำหรับผู้ดำเนินโครงการ เป็นสิ่งใหม่และไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผลที่เกิดจากกระบวนการของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นความเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่า  เส้นทางที่เลือนรางค่อยๆถูกเติมเต็มและชัดเจนขึ้นจากผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน  สิ่งหนึ่งที่ผู้ดำเนินโครงการได้เรียนรู้จากการทำโครงการนี้ คือ การมีศรัทธา คำนี้เพิ่งจะปรากฏในใจผู้ดำเนินโครงการขณะถอดบทเรียน ศรัทธาต่อสิ่งที่เราทำ ศรัทธาต่อผู้คนที่ร่วมเส้นทางทำให้โครงการนี้ปรากฏเป็นรูปธรรม ศรัทธาระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการ   ก่อนเริ่มโครงการนั้นผู้ดำเนินโครงการมีความกังวลใจมาก ไม่ว่าจะเตรียมการเท่าไหร่ก็รู้สึกไม่พร้อมซักที กลัวว่าจะพลาด กลัวว่าจะไปไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่เมื่อถึงวันทำโครงการ ยิ่งทำก็ยิ่งมีคำว่า ศรัทธา นี้ปรากฏ เพราะมันจะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ คู่ไปกับสิ่งที่เราพยายามจะทำ และความรู้สึกนี้ก็ถ่ายทอดถึงกันได้ จากตัวเราถึงผู้เข้าร่วมโครงการ จากผู้เข้าร่วมโครงการถึงตัวเราและคนอื่นๆในโครงการ


ครูแอน
โครงการ จิตตปัญญาศึกษาสำหรับเยาวชน จ.มหาสารคาม

( ต้องการแบ่งปันเรื่องเล่าจากพื้นที่ ส่งมาได้ที่ wisdom.budnet@gmail.com หรือ www.facebook.com/wisdom.budnet )