คืนดี หลังจากไม่ยอมมองหน้ากันอยู่หลายวัน ภรรยาก็อยากคืนดีกับสามี จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า "คุณขา…เรามาคืนดีกันดีกว่า อย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกันอีกเลย เอาอย่างนี้ดีไหม เรามาตกลงกัน คุณอย่าตบตีฉัน ส่วนฉันก็จะเลิกด่าว่าคุณ" "ตกลง เราคืนดีกัน แต่เธอต้องทำอย่างที่พูดนะ ขืนด่าว่าฉันอีก ฉันจะอัดเธอติดข้างฝา" สามีพูด "เชอะ! เจ้าคนปากเสีย พ่อแม่ไม่สั่งสอน ยังจะมาคิดตบตีฉันอีก" ภรรยาโต้ตอบทันควัน แทนที่จะคาดหวังให้เขาทำดีกับเราก่อน เราเองควรเป็นฝ่ายเริ่มต้น แทนที่จะให้เขาระวังมือระวังเท้าของตน เราเองควรเป็นฝ่ายระวังจิตของตัว คอยดูใจ ไม่เผลอตอบโต้ทันทีที่ผิดหูผิดใจ หรือปล่อยตัวไปตาม วัฏจักรเดิม สติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการคืนดี สำคัญกว่าการทำข้อตกลงมากมายนัก ปราศจากสติเสียแล้ว สัญญาก็ถูกฉีกก่อนที่น้ำหมึกหรือน้ำคำจะเหือดแห้งเสียอีก เมื่อมีสติแล้ว ปัญญาก็ตามมา ปัญหาต่าง ๆ หากเกิดขึ้น ก็สามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้องตรงจุดด้วยวิธีการที่สันติ ชีวิตในครอบครัวนั้นมักจะมีเรื่องให้ผิดหวังหรือขัดใจเสมอ แต่ถ้ามีสติและปัญญา รู้จักอดกลั้นทำใจให้เยือกเย็นสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบา ถึงคราวพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง ก็สามารถแสดงออกหรือบอกกล่าวด้วยความนุ่มนวล ไม่ต้องถึงกับต่อว่า เรียกว่ามีอุบายในการแก้ปัญหา ลองดูตัวอย่างเรื่องข้างล่าง วิทูรย์เอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยใส่ใจภรรยา ไปไหนมาไหนก็ไม่ซื้ออะไรมาฝากสมศรีภรรยา ค่ำวันหนึ่ง…วิทูรย์กลับจากที่ทำงานด้วยความเหนื่อยอ่อน พอเข้าประตูบ้านเห็นขนมเค้กก้อนใหญ่อยู่บนโต๊ะ ซ้ำเทียนเล่มเล็ก ๆ สิบเล่มปักอยู่ "วันนี้เป็นวันเกิดของใครหรือ ทำไมมีขนมเค้กก้อนโต" "สำหรับเสื้อผ้าที่ฉันใส่อยู่ตัวนี้ค่ะ ฉันใส่มาสิบปีแล้วจึงจัดงานครบรอบสิบปีให้มันค่ะที่รัก"
|